รากเง้าของความเชื่อ


2 รากเง้าของความเชื่อที่เราควรรู้
.
รากเง้าของความเชื่อ คือความเชื่อที่นำชีวิตเราไป.. ชีวิตเราจะเดินไปตามความเชื่อ 
รากเง้าของความเชื่อคือใจเชื่อ ไม่ใช่สมองเชื่อ
.
=======================================
.
หลายคนรู้ว่าเด็ก 1-8 ขวบเป็นวัยแห่งจินตนาการ การจินตนาการถือเป็นสิ่งดีถ้าหากคิดในสิ่ง

ที่ดี แต่ถ้าเป็นสิ่งไม่ดีเด็กก็จะจดจำเข้าสู้รางเง้าของความเชื่อ "ซึ่งเราทุกคนเคยเป็นเด็ก"
.
=======================================
.
รากเง้าตัวที่ 1 คือ "ความกลัว"
.
ความกลัว คือสิ่งที่คนปัจจุบันเป็นมากที่สุดและเป็นปัญหาใหญ่ มีงานวิจัยออกมาว่าหากเรา

กลัวสิ่งใดเราจะได้สิ่งนั้นกลับคืนมา 
.
เพราะความกลัว จะทำให้เราตัดสินใจไม่เป็นไปตามความเป็น
จริง "ไม่มากเกินไป ก็ น้อยไป" เช่น
.
กลัวลงทุนแล้วขาดทุน
กลัวไม่เป็นที่ต้องการ
กลัวไม่มีคนยอมรับ
กลัวจน และอื่นๆ
.
ซึ่งคนกลุ่มนี้จะทำอะไรขาดๆเกินๆ "เกิดเป็นพฤติกรรมที่ไม่นำไปสู่สิ่งที่ต้องการ" ที่จริงความ

กลัวนี้เราสร้างขึ้นเองตามรากเง้าของความเชื่อของเรา
.
=========================================
.
เราเง้าตัวที่ 2 คือ นิสัยที่ไม่ใช่ตัวเรา
.
ตัวของตัวเอง บางคนยังไม่รู้เลยว่าตัวของตัวเองคืออะไร?เหตุการณ์ >>> การตีความ>>> 

รู้สึก>>>การกระทำ>>>นิสัย
.
เหตุการณ์ในที่นี่คือเหตุการณ์ในตอนเด็กเพราะการตีความในตอนเด็ก ไม่สามารถตีความได้

ตามความเป็นจริง
.
และสิ่งที่เด็กจินตนาการกับเหตุการณ์บางอย่างจึงเกิดเป็นความเชื่อและพฤษติกรรม จึงทำ

ให้เราอาจจะไม่ได้เป็นตัวของตัวเองจริงๆ
.
เช่น เมื่อตอนเป็นเด็กเราไปโกหกหรือต่อแหล่มา แล้วมาบอกคนที่เราเคารพและวก็ได้ "คำชม" 

เราจึงเชื่อว่าการต่อแหลและจะมีคนรัก
.
===========================================
.
สรุปคือรากเง้าของความเชื่อที่ทำให้เราอยู่กับที่คือความกลัวที่
เราประสบพบเจอมาตั้งเเต่เด็กแล้วฝังใจ ทำให้พอเป็นผู้ใหญ่
ก็ใช้ความกลัวในการดำเนินชีวิต
.
#แล้วชีวิตจะมีความสุขที่แท้จริงได้ไหมคิดดู
#ความเชื่อในการลงทุนก็เช่นกัน

ความคิดเห็น